เคยสังเกตไหมว่าช่วงนี้ผิวเรามันดูโทรมๆ ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนทั้งๆ ที่บำรุงเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่างอยู่ดี? นั่นแหละ! วันนี้เราจะมาคุยกันแบบจริงจังถึง 10สารสกัดธรรมชาติที่ผิวกายเราต้องการทุกวัน เพื่อให้ผิวเรากลับมาเปล่งประกายได้อีกครั้ง
ผิวสวยสร้างได้ ไม่ต้องรอโชคช่วย!
เพื่อนๆ เคยไหมที่รู้สึกว่าต่อให้ลองครีมมาแล้วกี่แบรนด์ต่อกี่แบรนด์ ผิวก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควรจะเป็น? บางทีอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่รู้จัก "อาหารผิว" ที่แท้จริงของมันก็ได้นะ วันนี้เราเลยอยากจะมาเปิดลิสต์ 10 สารสกัดธรรมชาติที่บอกเลยว่าถ้าผิวเราได้รู้จักแล้วจะต้องหลงรักหัวปักหัวปำแน่นอน แถมยังเป็นสารสกัดที่ โรงงานผลิตครีม ชั้นนำนิยมใช้กันด้วยนะ จะได้ไม่เสียเวลาลองผิดลองถูกให้เปลืองเงินเปลืองเวลา!
ถ้าพูดถึงวิตามินบำรุงผิว ไม่มีใครไม่รู้จักวิตามินซีหรอกเนอะ เพราะนี่คือสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรายืดหยุ่น กระชับ ไม่หย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรด้วยนะแก! สังเกตไหมว่าครีมบำรุงผิวขาวใสส่วนใหญ่ก็จะมีวิตามินซีเป็นส่วนผสมหลักทั้งนั้นเลย
บางคนคิดว่าไฮยาลูรอนเหมาะกับคนผิวแห้งเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่เลยนะ! ไฮยาลูรอนเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดน้ำให้ผิว ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นเท่านั้น ทำให้ผิวเราดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็ต้องการไฮยาลูรอนทั้งนั้นแหละ บอกเลยว่าสารสกัดตัวนี้เป็นที่ต้องการของ โรงงานผลิตครีมชั้นนำทั่วโลกเลยล่ะ
วิตามินอีก็เป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระตัวท็อป ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเจอในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบของผิว ฟื้นฟูผิวที่แห้งเสียให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง ใครที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย วิตามินอีจะช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีเลยล่ะ
สารสกัดตัวนี้เป็นเหมือนนักรบผู้กำจัดเม็ดสีส่วนเกินบนผิว ที่ทำให้ผิวเราดูหมองคล้ำ มีฝ้า กระ จุดด่างดำ อัลฟ่า อาร์บูตินจะเข้าไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเหมือนสารให้ความขาวบางชนิดด้วยนะ
ใครที่ผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย ผิวบอบบาง ลองมองหาสารสกัดจากใบบัวบกเลยจ้า เพราะใบบัวบกมีคุณสมบัติเด่นในการลดการอักเสบ ลดรอยแดงรอยดำจากสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าเป็นสารสกัดสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดไว้เลย
อากาศร้อนๆ แบบบ้านเราเนี่ย ว่านหางจระเข้คือทางออกที่ดีที่สุด! เพราะมีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวที่ไหม้แดด ลดการระคายเคือง เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย แถมยังช่วยลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงได้ดีอีกด้วยนะ สารสกัดตัวนี้เป็นที่นิยมของ โรงงานผลิตครีมที่เน้นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายและหลังออกแดดเลย
แม้จะเป็นน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวมันเยิ้มอย่างที่คิดนะแก! น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งกร้าน แตกขุย แถมยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงอีกด้วย จะใช้ทาโดยตรง หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวก็ได้หมดเลย
สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งมาก แห้งกร้านมากๆ เชียบัตเตอร์คือคำตอบ! เพราะมีคุณสมบัติเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นที่ช่วยเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้อย่างยาวนาน ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงตลอดวัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการระคายเคือง และฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหายได้อีกด้วย
นอกจากจะดื่มแล้วดีต่อสุขภาพแล้ว ชาเขียวยังดีต่อผิวมากๆ ด้วยนะแก! เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดการอักเสบของผิว ลดการเกิดสิว ควบคุมความมันบนใบหน้า และปกป้องผิวจากแสงแดด ใครที่มีปัญหาผิวมัน เป็นสิว สารสกัดจากชาเขียวจะช่วยปรับสมดุลผิวให้ดีขึ้นได้เลย
ทับทิมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก! ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเต่งตึง กระชับ ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยอันควร และยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วยนะ ใครอยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์ สารสกัดจากทับทิมตอบโจทย์เลย
แล้วจะเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยังไงให้ปัง?
หลังจากที่รู้แล้วว่าสารสกัดตัวไหนดีตัวไหนเด็ด ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันแล้วใช่ไหมล่ะ? เราอยากแนะนำว่าให้ดูที่ส่วนผสมหลักๆ ที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่แล้วโรงงานผลิตครีมที่ได้มาตรฐานจะระบุส่วนผสมอย่างชัดเจน ถ้าเรามีปัญหาผิวแบบไหน ก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดที่ตอบโจทย์ปัญหานั้นๆ ได้เลย เช่น ถ้าผิวแห้งมาก ก็มองหาไฮยาลูรอน เชียบัตเตอร์ หรือน้ำมันมะพร้าว แต่ถ้าอยากได้ผิวขาวใส ก็เลือกวิตามินซี หรืออัลฟ่า อาร์บูติน เป็นต้น
อีกเรื่องที่สำคัญคือการทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จริงนะจ๊ะ โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่าย ลองแต้มผลิตภัณฑ์เล็กน้อยบริเวณท้องแขน หรือหลังใบหู ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการแพ้ คัน แดง ก็ค่อยนำมาใช้กับผิวกายส่วนอื่นๆ ได้เลย
นอกจากการบำรุงผิวจากภายนอกด้วยสารสกัดธรรมชาติที่เราพูดถึงไปแล้วเนี่ย อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ การดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก นั่นแหละเพื่อนๆ บางคนอาจจะคิดว่าแค่นอนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันมีมากกว่านั้นนะ
เคยไหมที่รู้สึกว่าช่วงไหนงานเยอะ เครียดจัดๆ ผิวเราก็จะดูหมองคล้ำ ไม่สดใสตามไปด้วย? นั่นเป็นเพราะความเครียดส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนในร่างกายเรานะ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ส่งผลต่อสุขภาพผิวด้วยเช่นกัน ดังนั้น การหาเวลาผ่อนคลาย ทำกิจกรรมที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ หรือออกกำลังกาย ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่จะช่วยลดความเครียด ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น และแน่นอนว่ามันก็จะสะท้อนออกมาที่ผิวของเราด้วย
นอกจากเรื่องของความเครียดแล้ว การ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็เป็นสิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลยนะ อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยตรง ถ้าเรากินแต่อาหารขยะ ของทอด ของมัน น้ำหวานเยอะๆ ผิวเราก็อาจจะอุดตัน เกิดสิว หรือดูหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น ลองหันมาเน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนดีๆ แทนดูสิ รับรองว่าผิวจะใสขึ้นจนเพื่อนต้องทัก!
อีกเรื่องที่อยากจะเน้นย้ำคือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รู้ไหมว่าช่วงที่เรานอนหลับเนี่ย ร่างกายของเราจะทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ผิวด้วยนะ การนอนดึก นอนไม่พอ จะทำให้ผิวเราดูโทรม หมองคล้ำ มีริ้วรอยได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นพยายามนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวันนะจ๊ะ เพื่อให้ผิวได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่
ผิวสวยไม่ได้สร้างแค่ชั่วข้ามคืน
กว่าจะได้ผิวสวยสุขภาพดีอย่างที่ฝัน มันต้องอาศัยทั้งการบำรุงจากภายนอกและภายในควบคู่กันไปนะเพื่อนๆ ไม่มีทางลัด ไม่มีเวทมนตร์อะไรที่จะทำให้ผิวเราสวยปิ๊งได้ในชั่วข้ามคืนหรอก แต่ถ้าเราใส่ใจดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสกัดธรรมชาติที่ดี พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และจัดการความเครียด รับรองว่าผิวเราจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ