Peptide & Niacinamide ใช้คู่กับ AHA/BHA ได้ไหม? ข้อควรระวังเรื่องค่า pH ที่คนทำแบรนด์ห้ามพลาด

รู้หรือไม่? ค่า pH ที่เป็นกรดอาจทำลาย Peptide และ Niacinamide ในครีมของคุณได้! เจาะลึกความลับการทำสูตรสกินแคร์ให้เห็นผลจริงโดยผู้เชี่ยวชาญ I.C.Lab ค่ะ

สวัสดีค่ะ เจ้าของแบรนด์และผู้ที่หลงใหลในศาสตร์ของสกินแคร์ทุกท่าน เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมบางครั้งเราเลือกใช้สารสกัดที่ราคาแพงแสนแพง พัฒนาสูตรที่อัดแน่นไปด้วย Active Ingredients ระดับโลก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซ้ำร้ายบางครั้งยังก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวผู้บริโภคอีกด้วย?

คำตอบของปริศนานี้มักจะซ่อนอยู่ในสิ่งที่เบสิกที่สุดแต่ถูกมองข้ามมากที่สุด นั่นก็คือ "ค่า pH" ของสูตรนั่นเองค่ะ วันนี้ทีมงานวิจัยและพัฒนาจาก I.C.Lab จะขอพาทุกท่านมาเจาะลึกในมุมมองของนักเคมีเครื่องสำอาง ว่าทำไมสารสกัดยอดฮิตกลุ่ม 'กรด' (เช่น AHA, BHA, หรือ Vitamin C บริสุทธิ์) ถึงสามารถกลายร่างเป็น 'ตัวร้าย' ที่เข้าไปทำลายโครงสร้างอันบอบบางของสารสกัดกลุ่ม Anti-aging ยอดนิยมอย่าง Peptide และ Niacinamide ได้แบบราบคาบ

ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของ pH และโครงสร้างทางเคมี

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า สารสกัดแต่ละตัวมี "ช่วง pH ที่เสถียรที่สุด" (Optimal pH) ของตัวเอง ผิวหนังของมนุษย์เราจะมีค่า pH อ่อนๆ อยู่ที่ประมาณ 4.7 - 5.5 ซึ่งเป็นสภาวะที่เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำงานได้ดีที่สุด สารสกัดกลุ่มกรดผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA หรือ BHA จำเป็นต้องทำสูตรให้อยู่ในสภาวะที่เป็นกรดสูง (pH ประมาณ 3.0 - 4.0) เพื่อให้สารออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในทางกลับกัน สภาวะความเป็นกรดสูงระดับนี้แหละค่ะ คือฝันร้ายของสารสกัดตัวท็อปอย่าง Peptide และ Niacinamide

เมื่อ 'กรด' กลายเป็นเพชฌฆาตทำลาย Peptide

Peptide (เปปไทด์) คือสายโซ่ของกรดอะมิโนที่เชื่อมต่อกัน ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ส่งสาร (Cell-communicating) สั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย และฟื้นฟูความยืดหยุ่น เปปไทด์เป็นโมเลกุลที่ "บอบบาง" มากค่ะ โดยทั่วไปแล้วเปปไทด์จะเสถียรที่สุดในช่วง pH 5.0 - 7.0

เมื่อเราจับเปปไทด์ไปผสมรวมกับสารกลุ่มกรด หรือทาสกินแคร์กลุ่มกรดทับลงไปพร้อมกัน สภาวะความเป็นกรดที่ต่ำเกินไปจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า Hydrolysis (การสลายตัวด้วยน้ำในสภาวะกรด) ปฏิกิริยานี้จะเข้าไปตัดสายโซ่พันธะเปปไทด์ (Peptide bonds) ให้ขาดออกจากกัน

  • ผลลัพธ์ที่ตามมา: เปปไทด์ราคาหลักหมื่นหลักแสนในสูตรของคุณ จะแตกตัวกลายเป็นเพียงกรดอะมิโนธรรมดาๆ ที่ไร้ซึ่งความสามารถในการสื่อสารเซลล์ สูญเสียประสิทธิภาพในการต่อต้านริ้วรอยไปอย่างน่าเสียดายเลยค่ะ

 

Niacinamide (Vitamin B3) กับการเปลี่ยนรูปที่ทำให้ผิวแหก!

Niacinamide หรือวิตามินบี 3 เป็นนางเอกของวงการสกินแคร์ที่ช่วยได้ทั้งเรื่องผิวกระจ่างใส ลดความมัน และเสริมชั้นผิว ตัวน้อง Niacinamide จะทำงานได้ดีและมีความเสถียรสูงมากที่ค่า pH ประมาณ 5.0 - 7.0 (ใกล้เคียงกับผิวหน้าของเรา)

แต่ความน่ากลัวจะบังเกิดทันทีเมื่อ Niacinamide ต้องไปอยู่ในสูตรที่มี pH ต่ำกว่า 4.0 (เช่น ไปผสมกับ Ascorbic Acid หรือ AHA เข้มข้น) ในสภาวะกรดแบบนี้ Niacinamide จะเกิดกระบวนการ Hydrolysis และเปลี่ยนรูปทรงทางเคมีกลายเป็น Nicotinic Acid (Niacin)

  • ผลลัพธ์ที่ตามมา: Nicotinic Acid เป็นสารที่กระตุ้นให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Niacin Flush ผู้ใช้จะมีอาการผิวแดงเถือก ร้อนผ่าว แสบ และระคายเคืองอย่างรุนแรง จากครีมที่ควรจะปลอบประโลมผิว กลับกลายเป็นครีมที่ทำร้ายผิวไปโดยปริยายค่ะ
ทางออกของการสร้างสูตรที่สมบูรณ์แบบด้วยมาตรฐาน I.C.Lab

ในฐานะเจ้าของแบรนด์ คุณอาจจะอยากได้ครีมที่เป็น "All-in-one" ใส่ทุกสารสกัดครอบจักรวาลในขวดเดียว แต่ในทางเคมีเครื่องสำอาง การจับคู่สารสกัด (Ingredient Pairing) และการควบคุม pH คือหัวใจสำคัญที่แยก "ครีมธรรมดา" ออกจาก "ครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ระดับโลก"

ที่ I.C.Lab เราไม่ได้เพียงแค่รับผลิตและผสมสารเคมีตามสั่งเท่านั้นนะคะ แต่นักวิทยาศาสตร์และทีม R&D ของเราจะทำหน้าที่เป็น "สถาปนิกออกแบบสูตร" ให้กับแบรนด์ของคุณ เรามีการจัดการปัญหาความขัดแย้งของค่า pH อย่างมืออาชีพ เช่น

  • Formulation Separation: การแนะนำให้ออกแบบเป็นโปรดักส์ 2 ตัวที่ใช้แยกเวลา หรือแยกเลเยอร์กัน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายโครงสร้างสาร
  • Encapsulation Technology: การเลือกใช้สารสกัดที่ถูกห่อหุ้มในแคปซูลขนาดนาโน (Liposome/Nanosphere) เพื่อปกป้องสารสกัดที่บอบบางจากค่า pH ในสูตร และค่อยๆ แตกตัวเมื่อซึมลงสู่ผิว
  • pH Buffering Systems: การสร้างระบบกันชนในสูตร เพื่อล็อคค่า pH ให้เสถียรที่สุดตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์

การทำสกินแคร์แบรนด์ตัวเองให้ปัง ไม่ใช่แค่การทุ่มเงินซื้อสารสกัดราคาแพง แต่คือ "ความเชี่ยวชาญในการผสานสารสกัด" ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100% หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์โรงงานผลิตเครื่องสำอาง (OEM) ที่มีความรู้ทางวิชาการเชิงลึก ใส่ใจในทุกปฏิกิริยาเคมี และสามารถปั้นแบรนด์ของคุณให้โดดเด่นด้วยคุณภาพที่ตรวจสอบได้ I.C.Lab พร้อมให้คำปรึกษาและสานฝันธุรกิจความงามของคุณให้เป็นจริงค่ะ ลองแวะเข้ามาพูดคุยกับทีมนักวิจัยของเราได้เลยนะคะ ทีมงาน I.C.Lab ยินดีต้อนรับค่ะ!

 


ติดต่อผลิตครีม/สอบถามเพิ่มเติม

  • Line ID
    @i.c.laboratories
  • ที่ตั้งโรงงาน
    444 หมู่1 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ
    จ.สมุทรปราการ 10270
  • ที่ตั้งออฟฟิศ
    239/44-45 ม.5 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ
    จ.สมุทรปราการ 10270